ก้อน Masatha's profileMasatha_ahtasaM ... จะรั...PhotosBlogLists Tools Help

Blog


    August 17

    คาร์-ทูน-ทาย

    เอนทรีนี้ไม่ได้ตั้งใจจะมาเล่าประวัติศาสตร์ของการ์ตูนไทยอย่างครอบคลุมนะครับ แล้วก็คงจะไม่ได้มานั่งวิเคราะห์ว่าการ์ตูนไทยมีอนาคตอย่างไร ลายเส้นแบบไทย ๆ ควรจะเป็นแบบไหน ปัญหาของการ์ตูนไทยอยู่ที่ภาพหรือว่าเนื้อเรื่อง ฯลฯ มันประเทืองปัญญาเกินไปครับ ไปหาอ่านจากที่อื่นจะดีกว่า (ฮา)

    เพียงแค่ว่าคงจะพูดถึงเท่าที่มีประสบการณ์ส่วนตัวเท่านั้นเอง ถ้าใครมีข้อมูลด้านอื่น ๆ มาเสริมเพิ่มเติมตรงไหนก็อย่าลังเลใจที่จะคอมเมนท์ (โฮะ โฮะ)

     

    พูดถึงการ์ตูนไทย ย้อนไปในอดีตสักหน่อย (สมัยผมเด็ก ๆ) ก็จะนึกออกแค่สองสามประเภทนะครับ

    นึกออกอย่างแรกก็คือการ์ตูนขายหัวเราะ มหาสนุก ซึ่งเป็นการ์ตูนแก๊ก สามช่องจบบ้าง เป็นสั้น ๆ บ้าง ไม่ว่าจะเป็น ปังปอนด์หรือไอ้แมลงสาบแมนของพี่ต่ายขายหัวเราะ หรือ หนูหิ่นอินเตอร์ อะไรเทือก ๆ นี้ ซึ่งเป็นลายเซ้นที่ไม่ซับซ้อนมาก ตีกรอบเป็นช่องไม่ใหญ่นัก และขายมุขตลก ๆ เป็นหลัก

    นึกออกอย่างที่สองก็คือการ์ตูนเล่มละสิบบาท เป็นเรื่องผี ๆ หรือเรื่องราวพื้นบ้านหน่อย ๆ ซึ่งส่วนตัวไม่ค่อยสันทัดนัก (มักจะได้อ่านตอนไปรอตัดผม ซึ่งแต่ละเล่มก็ท่าทางผ่านมือฅนมาเยอะอยู่) ถ้าใครนึกไม่ออก ก็ประมาณการ์ตูนผี ๆ ของเรื่อง บุปผาราตรี อะไรทำนองนั้นแหละครับ

    นึกออกอย่างที่สามก็คือการ์ตูนล้อการเมือง เช่น คุณชัยราชวัตร ในไทยรัฐ หรืออะไรทำนองนี้ครับ ซึ่งก็เป็นการเมื๊อง การเมือง สมัยก่อนอ่านแล้วจะไม่เก็ตเลย ว่ามันตลกตรงไหน หรือมันจิกกัดตรงไหน (แต่ตอนหลังพบว่า จะตามข่าวการเมืองว่าช่วงนั้น ๆ เรื่องไหนกำลังฮิต ตามเอาจากการ์ตูนล้อแบบนี้ได้ง่ายกว่ามานั่งอ่านพาดหัวข่าวบานตะไท

    ***

    ต่อมายุคที่สอง การ์ตูนไทยในความรู้สึกของผมก็คือช่วงที่ผมเริ่มอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นรายสัปดาห์น่ะครับ ตอนนั้นผมเคยอ่านบทวิเคราะห์ของบก.การ์ตูนไทย ประมาณว่าการ์ตูนไทย (ที่มีสไตล์ลายเซ็นมังงะแบบการ์ตูนญี่ปุ่น) มีที่ทางอยู่สามประการ

    ประการแรก คือแทรกตามการ์ตูนรายสัปดาห์ อันนี้ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องยอดขายเพราะว่าอิงการ์ตูนญี่ปุ่นอยู่แล้ว (เช่น ทีมการ์ตูนไทยใน บูม หรือว่า ซีคิดส์) แต่ปัญหาก็คือว่าจำนวนหน้ามีจำกัด เล่มหนึ่ง ๆ ลงได้แค่เรื่องเดียว ทำให้ขยายวงกว้างได้ยาก

    ประการที่สอง คือ ทำออกมาเป็นนิตยสาร แม็กกาซีน กล่าวคือนอกเหนือจากการ์ตูนไทยแล้ว ยังมีคอลัมน์อื่น ๆ เช่น แฟชั่น (เอานางแบบน่ารักน่าหยิกมาขึ้นปกเรียกลูกค้าหนุ่ม ๆ วัยกระเตาะ) มีหน้าสี มีคอลัมน์อื่น ๆ ที่วัยรุ่นน่าจะสนใจ เช่น เกม หนัง เพลง  รายได้ก็จะอิงจากสองส่วนคือทั้งยอดขาย และจากหน้าโฆษณา ปัญหาก็เหมือนข้อแรกก็คือ การ์ตูนไทยก็ยังเป็นลูกเมียน้อยอยู่ดี ไม่ได้ยืนได้ด้วยขาตนเองเป็นหลัก... ลักษณะแบบนี้ที่ผมนึกออก ก็มีนิตยสาร Manga Katch (ที่ส่งบอลลูนแจ้งเกิดมาแล้ว) แล้วก็ส่งคุณวิสุทธิ์ พรนิมิตร (hesheit) พร้อมลายเส้นยุ่งเหยิง ๆ เป็นเอกลักษณ์ ดังเปรี้ยงขึ้นมาระดับปรากฏการณ์มาแล้ว ที่นึกออกอีกอย่างก็คือ Cereal ที่เปิดตัวได้ไม่กี่ฉบับก็ร้างลาไป

    ประการสุดท้าย ก็คือการ์ตูนไทยที่เป็นการ์ตูนแท้ ๆ กล่าวคือมีแต่การ์ตูน ๆ ๆ อาจจะมีคอลัมน์แทรกนิด ๆ หน่อย ๆ เช่น ตอบจม. หรือว่าสัมภาษณ์ แต่พระเอกชูโรงจริง ๆ ก็คือการ์ตูนไทยนี่แหละ ซึ่งตามปกติก็มักจะออกรายสัปดาห์ได้ยาก เพราะว่านักเขียนไทยทำงานฅนเดียวเป็นหลัก (สมัยนั้นนะครับ) จะให้ปั่นการ์ตูนทุกอาทิตย์ก็เป็นไปไม่ได้ เลยมักจะเป็นรายปักษ์ หรือรายเดือนมากกว่า ... ส่วนปัญหาก็คือ โอกาสล่มจมสูง เพราะต้องพึ่งยอดขายอย่างเดียว เด็กไทยยังไม่ซื้อการ์ตูนไทยตามอ่านอย่างเป็นล่ำเป็นสันเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น (ยังไม่ติดตลาดว่างั้น) แล้วตัวคุณภาพของการ์ตูนไทยเองก็ยังห่างชั้นจากการ์ตูนญี่ปุ่นมากเสียจนแฟน ๆ ยังไม่ยินดีจะอุดหนุน... ลักษณะนี้ที่ผมนึกออกก็มี CX (ปิดตัวไปเรียบร้อย) แล้วก็ Thai Comics (ที่ผมไม่ค่อยรู้จักเท่าไหร่ เพราะแนวเรื่องของเขาไม่ต้องจริต)  เท่าที่รู้จักก็มีนักเขียนคือคุณตาโปนที่ลายเส้นสวยละเอียด และออกไทย ๆ (เจ้าของผลงานเรื่องป่าผี ถ้าจำไม่ผิด)

    ***

    หลังจากนั้น การ์ตูนไทยก็แตกหน่อออกผลไปเรื่อย ๆ และเริ่มหาที่ทางของตัวเองเจอ นอกเหนือไปจากเป็นการ์ตูนอ่านเอาสนุกอย่างเดียว (เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่น)

    แบบแรกก็คือการ์ตูนที่เข้ามารับใช้เกมส์ออนไลน์ต่าง ๆ (นิตยสารเกมออนไลน์จะมีการ์ตูนแทรก ๆ เป็นการ์ตูนเรื่องยาวบ้าง การ์ตูนช่องบ้าง) ที่ผมเคยอ่านก็คือนิตยสาร Ragnarok online นี่แหละ (ส่วนอันอื่นไม่ค่อยสันทัด) ที่ได้อ่านก็ไม่ได้ซื้อเอง พอดีรูมเมทซื้อมาอ่าน (แย่งเพื่อนอ่านว่างั้น)

     

    แบบที่สองก็คือการ์ตูนที่อิงนิทานภาพดั้งเดิม กล่าวคือ เอาวรรณกรรมไทย ๆ มาจึดทำในรูปแบบของนิทานประกอบภาพ (ไม่ใช่การ์ตูนมังงะจริง ๆ) จะเป็นเนื้อเรื่อง(บรรยาย)หน้านึง แล้วมีภาพประกอบ ถ้าผมจำไม่ผิดเรื่องแรกที่ดังเป็นพลุแตกก็คือรามเกียรติ์ (เอ๊ะ หรือพระอภัยมณี หว่า?) หลังจากนั้นการ์ตูนแนว ๆ นี้ตามติดออกมาเป็นพรวน ไล่ไปตั้งแต่วรรณคดีไทยดัง ๆ เรื่องอื่น ๆ , เรื่องสามก๊ก (ที่เป็นฅนไทยวาด), ประวัติศาสตร์ชาติไทย เช่น พระมหากษัตริย์ หรือฅนสำคัญ ๆ ไปจนถึง ทศชาติ หรือ พุทธประวัติ ฯลฯ

    หลังจากนั้นก็พัฒนาการมาเป็นการ์ตูนสำหรับการศึกษา รวมไปถึงการ์ตูนจรรโลงสังคม ซึ่งพวกนี้ผมไม่ค่อยได้ตามอ่านเท่าไหร่ (แหะ ๆ) แต่จะสังเกตง่ายตามชั้นในร้านหนังสือ ซึ่งถ้าพลิกดูหน้าปก ก็จะได้รับการสนับสนุนทุนจากมูลนิธี องค์กรอิสระส่งเสริมการเรียนรู้ รวมไปถึงภาครัฐต่าง ๆ (ซึ่งก็เป็นที่น่ายินดี ที่นักเขียนการ์ตูนไทยก็มีที่ทางพอสมควรในธุรกิจแนว ๆ นี้) แต่ตลาดบูมมากน้อยแค่ไหนผมเองก็ไม่ทราบเหมือนกัน อ้อ ถ้าพูดถึงนิทานประกอบภาพ ก็ต้องพูดถึงสักหน่อยสำหรับเรื่อง ถั่วงอกกับหัวไม้ขีดไฟ (Firehead and Beansprout) (ถ้าชื่อสลับกันก็ขออภัย) ซึ่งเป็นภาพกึ่งนิทาน แต่เนื้อหาดาร์คมาก ๆ สไตล์เดียวกับทิม เบอร์ตัน ... ตอนแรกที่น้องผมซื้อมา ผมไม่คิดแม้แต่จะเปิดอ่าน แต่พอมีเวลาว่าง นั่งอ่านดู ปรากฏว่า...ติดแฮะ “^^

    สุดท้ายก็คงเป็นการ์ตูนที่เข้ามารับใช้ภาพยนตร์ หรือการ์ตูนที่อิงตามภาพยนต์ เรื่องแรกที่ผมจำไม่ผิดน่าจะเป็นเรื่องแฟนฉัน... (ถ้าจำผิดก็ช่วยทักท้วงด้วย) จากทีมงานการ์ตูนไทยของค่ายซีคิดส์) ซึ่งพอออกมาเวิร์คก็มีการ์ตูนตามมาเป็นพรวน ทั้งแต่เรื่อง แจ๋ว, Seasons Change, ปิดเทอมใหญ่หัวใจว้าวุ่น, สายลับจับบ้านเล็ก ฯลฯ นอกจากหนังค่ายจีทีเอชแล้วต่อมาก็ลามไปค่ายอื่น ๆ เช่น สหมงคงฟิล์ม (การ์ตูนจากหนังแอ็คชั่นต่าง ๆ พวก มนุษย์เหล็กไหล ฅนไฟบิน องค์บาก ฯลฯ ซึ่งผมไม่เคยอ่าน) จากค่ายไฟว์สตาว์ เช่น บุญชู, อนึ่งคิดถึงฯ เรื่องล่าสุดที่ผมรู้ก็คือ Roommate (ซึ่งผมไม่ซื้ออ่าน เพราะหมั่นไส้ขี้หน้าเจ้าบอลมัน -55+ ซึ่งไม่เกี่ยวกันเลย)

    ***

    ปัจจุบัน สถานการณ์การ์ตูนไทยผมคิดว่าดีขึ้นนะครับ แม้อาจจะไม่มีการ์ตูนไทยรายสัปดาห์ที่ฮิตเปรี้ยง ๆ เท่าไหร่ แต่ที่ดึงเงินเอาจากกระเป๋าผมได้ก็มีสัดส่วนที่มากขึ้นอย่างเห็นชัด

    ที่แทรกอยู่ในนิตยสารรายสัปดาห์เช่น บูม ซีคิดส์ อันได้แต่ ทีมงานเรื่อง มีดที 13, อภัยมณี saga หรือว่าเรื่อง EXEมหาสงครามเกมออนไลน์ถล่มจักรวาล (หรืออะไรที่ชื่อแนว ๆ นี้) ซึ่งผมว่าทุกฅนน่าจะรู้จักหรือเคยเห็นผ่านตา

    ทั้ง 3 เรื่องนื้ออกเป็นรวมเล่มสำเร็จครับ และทยอยออกมาเรื่อย ๆ (ณ ปัจจุบันยังไม่มีเรื่องไหนอวสาน) ซึ่งถ้าออกรวมเล่มได้ และดำเนินเรื่องมาได้ยืดยาวขนาดนี้โดยไม่โดนตัดจบ น่าจะการันตีความนิยมของตัวการ์ตูนได้ในระดับหนึ่ง

     

    การ์ตูนผู้หญิงเองก็มีครับ ที่ผมเสียเงินซื้อมาอ่านก็คือทีมงาน ติ่ม-ซำ สตูดิโอ โดยเรื่องแรกที่ผมอุดหนุนก็คือเรื่องดั่งดวงหฤทัย(หน้าปกสีชมพูแ ปร๊ดแสบตามาก) ซึ่งมาจากบทประพันธ์ดั้งเดิมของลักษณวดี (ทมยันตี) ซึ่งผมอ่านแล้วก็คุณภาพคับแก้วทีเดียว (เพราะตัวเนื้อเรื่องมันก็สนุกอยู่แล้วล่ะ) แล้วก็มีผลงานออกมาอีกเล่ม (ซึ่งผมตามอ่านไม่ทัน) ปัจจุบันก็เป็นเรื่องอื่น เกี่ยวกับเขมรขอม ๆ (ไม่ใช่ปราสาทพระวิหารนะฮะ)รู้สึกจะชื่อ ลิขิตนครา หรืออะไรเทือก ๆ นี้ แต่ออกจะหายากสักหน่อย (ต้องไปซื้อที่ร้านหนังสือสยาม ร้านเล็ก ๆ ตรงอนุสาวรีย์ไม่มีขาย)

    นอกจากนี้ที่เป็นนิตยสารการ์ตูนรายเดือนที่ทผมรู้จักก็มี the mud (ที่น้องผมซื้อมาอ่านเล่มเดียว แล้วก็ตัดสินใจหยุดซื้อเพราะไม่ใช่แนว) แล้วก็ Let’s ซึ่งจะเน้นหนักไปทางด้าน graphic design ด้วย

    ในนักเขียนกลุ่มนี้ ผมเข้าใจว่าไม่ได้เป็นมังงะแท ๆ แบบการ์ตูนญี่ปุ่น แต่จะออกเป็นลักษณะนิตยสารการ์ตูน หรือหลังสือมากกว่า แม้กระทั่งรวมเล่ม ก็จะใช้กระดาษหนาเหมือนหนังสือ และวางขายตามร้านหนังสือมากกว่าที่จะเป็นร้านการ์ตูน (แน่นอนว่าราคาก็สูงกว่าเป็นเงาตามตัว) นอกจากจะมีรวมเล่ม และเขียนเรื่องยาวแล้ว ก็มีรวมหนังสือการ์ตูนที่เขียนเป็นเรื่องสั้น ๆ อีกด้วย เท่าที่ผมรู้จักและฅนอื่นน่าจะได้ยินบ้างก็เช่น คุณ SS (เรื่อง Joe: The Sea-cret Agent), Pug (หนูสมองกับนายหัวใจ), The Duang (Shockolate) นอกจากนี้ยังมีนักเขียนที่อาจจะยังไม่ดังมากนักแต่ผมชอบโคตร ๆ ก็คือคุณน้ำมนตร์ (Love in 20 pages เคยซื้อเรื่องนี้ไปให้สาวที่ชอบด้วย แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้เจ้าตัวได้อ่านรึยัง) แล้วก็ นายสะอาด ที่ยังไม่มีผลงานเรื่องยาวของตัวเอง แต่ลายเส้นดิบได้ใจ (ใช้ปากกาด้ามเดียว และการสานเส้น ไม่มีสกรีนโทนหรือลงหมึกใด ๆ)

     

    โดยรวมแล้วก็อยากจะบอกว่า ผมเป็นฅนหนึ่งที่สนับสนุนการ์ตูนไทยอย่างเต็มที่ครับ แล้วก็ผลงานที่น่าสนใจปานกลางก็จะตัดสินใจซื้อโดยไม่เสียดายตังค์ (ไม่เหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นที่ตอนนี้เรื่องมาก- เล่มไหนไม่สนุกจริง อย่าหวังจะได้เงินชั้นไป)

    ก็ขอเอาใจช่วยนักเขียนไทยทุกฅน... จากใจนักอ่านไทยฅนหนึ่งครับ



    Comments (18)

    Please wait...
    Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
    You didn't enter anything. Please try again.
    Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
    To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
    Your parent has turned off comments.
    Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
    You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
    Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
    Complete the security check below to finish leaving your comment.
    The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.

    To add a comment, sign in with your Windows Live ID (if you use Hotmail, Messenger, or Xbox LIVE, you have a Windows Live ID). Sign in


    Don't have a Windows Live ID? Sign up

    May-ya Pilanthana​nond >>> อ่าน อ้วนขาวยาวดำแล้วสนุกดีฮะ ลายเส้นน่ารักดี (สมัยนี้ฅนเขียนการ์ตูนลงบล็อกเยอะเหมือนกันนะเนี่ย)

    ควันใต้หมวกพี่ว่าเนื้้อหาไม่หนักนา...แต่ลายเส้นสถุลจริง (ฮา) งานเก่า ๆ ของ hesheit ถุลกว่านี้อีก บางทีขยุกขยุย เขียนแล้วฆ่าทิ้งๆไปเป็นหน้า ๆ ก็มี (ฮา)

    ไอ้ "ของอะไรอ่ะจำไม่ได้ แต่เนื้อหาหนักๆหน่อย" ---> มันคืออะไร(โว้ย)ครับ


    Rattanawan Arunthunya >>> โอ้ ไม่นึกว่าพลอยจะรู้จักด้วยนะเนี่ย นึกว่าอ่านแต่การ์ตูนญีุ่ปุ่นเหมือนน้องชาย สำหรับพี่ก็พยายามอุดหนุนน่ะนะ (แต่ไม่ไหว การ์ตูนจะท่วมบ้านตายเอา)

    Aug. 28
    Rattanawanwrote:
    ชอบลายเส้นคุณทรงศีลอ่ะค่ะ ดิบดี


    การ์ตูนญี่ปุ่นพลอยก็ติด แต่พลอยว่าการ์ตูนไทยมันก็มีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองนะ พวกที่ออกมาเป็นเล่มๆ เหมือนนิตยสารที่พี่ก้อนพูดถึง ส่วนใหญ่ถ้าไม่มีคนซื้อมาให้อ่านก็จะซื้ออ่านเองหมด รู้สึกมันมีเสน่ห์บางอย่างที่ไม่เหมือนกับการ์ตูนญี่ปุ่นอ่ะ

    การ์ตูนไทยจงเจริญ!!
    Aug. 28
    +++ อ้วนๆสีขาวกะยาวๆสีดำเป็นชื่อไดอารี่ออนไลน์ของคนเป็นแฟนกันคู่นึงค่ะ เค้าเขียนไดในแนวการ์ตูนอ่ะ น่ารักมาก (แต่ยังมีไม่เยอะเท่าไหร่นะ) ลองเสิร์ชในกูเกิ้ลก็ได้ค่ะ เดี๋ยวมันก็เด้งขึ้นมา มีคนเคยเอาไปแปะในพันทิปด้วยล่ะ

    +++ ชอบไนน์ไลฟ์มากมากกกกกกกกกกกกกกกกกก มากกว่าหัวไม้ขีดอีก

    +++ ของแนวควันใต้หมวกก็ดีนะพี่ก้อน (ลายเส้นสถุลดี ฮ่าๆๆๆๆ) แล้วก็มีไอ่ ของอะไรอ่ะจำไม่ได้ แต่เนื้อหาหนักๆหน่อย เล่มขนาดประมาณเอสี่เล่มพื้นสีขาวๆอ่ะ ให้อารมณ์ประวัติศาสตร์ๆการเมืองๆ (รึเปล่า ลืมไปแล้ว) แต่อันนี้เมทนอ่านไม่ค่อยไหวอ่ะ หนักเกิน
    Aug. 21
    May-ya Pilanthana​nond >>> storyonthewall เพิ่งเคยอ่านนะ (ใน ABC Comic ฉบับล่าสุดนี้เอง) เคยเห็นงานมาสักพักแล้ว ออกแนว เหงา ๆ หนืด ๆ หน่อย (ส่วนเรื่องมืดกับสว่าง พี่เข้าใจแฮะ-ฮา)

    ส่วนเรื่องไอ้อ้วน ๆ สีขาว กับยาว ๆ สีดำ... อ่านที่เมย์เขียนแล้วไม่รู้เรื่องว่ะ (ฮา) ส่วน ninelive ภาพสวยเว่อร์ แต่ยังอ่านไม่จบ ออกแนวเป็นนิทานภาพมากกว่า

    praew ³² >>> จ๊ะ

    =' '=VoluT!on​=' '= ZzzZ[Na]..​. >>> โหย ดั่งดวงหฤทัยนี่ หาฅนอ่านยากเหมือนกันนะ 55+ แต่ปกสีมันแรงดีจริง ๆ นั่นแหละ (การ์ตูนผู้หญิงถ้าเนื้อเรื่องดีแล้วจะสนุก เพราะสำหรับพี่แล้ว ลายเส้นแบบผู้หญิงไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ อย่าง Nana ก็ dark ได้ใจ

    c e r e a l _r e a l l y >>> อ่า จริง ๆ แล้วการ์ตูนแฟนฉันพี่ก็ชอบนา (ฮา) ขายหัวเราะมหาสนุกไม่ค่อยได้อ่านนานแล้วอ่า (แต่เ้ห็นบนแผงอยู่เรื่อย ๆ ยังสงสัยเหมือนกันว่าสมัยนี้แล้วยังมีแก๊กอะไรตลก ๆ รึเปล่า) ของพี่เอ๊าะนี่ที่เขียนหนูหิ่นรึเปล่าจ๊ะ? สำหรับพี่ชอบพี่ต่่ายมาก ๆ เลย

    Thanika termvises >>> รู้จัก saga นี่ก็ใช้ได้แล้วจ้า ส่วนเรื่องอื่น ๆ พี่ไม่ค่อยคิดว่าผู้หญิงจะอ่านเท่าไหร่นา (แต่อ่านรูมเมทด้่วยเหรอ น่ารักจริง ๆ) การ์ตูนญี่ปุ่นไ่ม่ค่อยได้อ่านล่ะสิ

    GG .. >>> โหย นั่นน่ะ้ร้านโปรดเลย เวลาซื้อยกชุด (แต่ถ้าอัพเดทไว ๆ ส่วนใหญ่ไปซื้อที่สยามมากกว่า)

    katachi khaotu >>> delicious ไม่เคยอ่านอ่า เป็นนิตยสารหรือเป็นเล่ม ๆ ล่ะ? เห็นด้วยว่าพี่ทรงศีลวาดภาพสวยมั่ก ๆ (แต่เนื้อเรื่องยังไปได้อีกนา)

    Ditdin -0- >>> แวะเข้าไปอ่านแล้ว เกรียนสุด ๆ (นี่ถ้าไม่ได้ตั้งชื่อเกรียนขนาดนี้ เป็นชื่อตัวละครอืน ๆ คงเป็นการ์ตูนดาด ๆ ธรรมดาไปเลยนะนี่ เหอ ๆ ๆ )

    Chayanin Wipusanawa​n >>> จ๊ะ

    Aug. 20
    +++ อ้อ อีกนิด แล้วก็ถ้าพี่ก้อนเคยอ่านบลอกของ storyonthewall ก็น่าจะชอบนะ รู้สึกว่าบก.ของ happening เค้าสนใจ แล้วก็เอาผลงานเค้าไปลงเป็นระยะๆมาได้พักใหญ่แล้วล่ะ การ์ตูนเค้าก็กลิ่นอายแบบพวกอินดี้ๆอ่ะแหละ แต่ไม่มืดเท่าไหร่ ถ้าพี่ก้อนเคยฟังเพลง If ของ Eve and the Adams อ่ะ เมว่าการ์ตูนกะเพลงนั่นมันสว่างพอๆกันอ่ะ (ชั้นพูดอะไรอยู่เนี่ย)

    +++ ปล. วันนี้เม้นได้พล่ามมาก ฮ่าๆ..
    Aug. 19
    +++ อ่านมาหมดทุกอย่างเลย ฮ่าๆๆๆ

    +++ ตอนนี้มีการ์ตูนที่เขียนกันเองเป็นไดอารี่ด้วยนะพี่ก้อน ไอ่อ้วนๆสีขาวกะยาวๆสีดำอ่ะ (คนเขียนเป็นแฟนกัน เขียนแนวๆไดอารี่ออนไลน์) แล้วก็ในห้องการ์ตูนของพันทิปก็มีคนเขียน (จำชื่อไม่ได้แล้ว) สั้นๆเป็นตอนๆแต่ฮาดีเหมือนกัน ถ้าพี่ก้อนเคยอ่านไอ่ถั่วงอกกะหัวไม้ขีดนั่นแล้ว น่าจะเคยอ่าน nine lives ป่ะคะ เป็นแมวทั้งเล่ม (มืดพอๆกัน แต่เมชอบมากกว่า) ลายเส้นสวยดีนะ
    Aug. 18
    praew ³²wrote:
    อ่านที่ป่านคอมเม้นค่ะ
    Aug. 18
    ไม่ค่อยรู้เรื่องการ์ตูนไทยแล้วก็ไม่ค่อยได้อ่านเลยแฮะ
    เท่าที่นึกออกดูเหมือนจะอ่านแค่เรื่องดั่งดวงหฤทัยมั้งคะ
    ปกสีชมพูได้ใจ 555+
    Aug. 18
    c e r e a lwrote:
    เอิ่มมม.. เคยซื้อการ์ตูน "แฟนฉัน" มาเล่มนึง
    ด้วยความคาดหวังว่าข้างในจะน่ารักน่าเอ็นดูเหมือนในหนัง .. ป๊าดดด
    เปิดออกมา กลายเป็นการ์ตูนสก๊อยญี่ปุ่นอะรั๊ยยย ..แทบจะขว้างทิ้งง่ะ
    ชาตินี้เกิดมาก็ไม่เคยติดการ์ตูนตาหวานอย่างสาวแส้คนอื่นๆซะด้วย
    ตั้งแต่นั้นมาจึงไม่เคยสนับสนุนการ์ตูนประเภทนี้อีกเลยค่ะ

    ความคิดแอ้ค่อนข้างจะรู้สึกกลางๆ กับการ์ตูนประเภท reproduction อย่างพระอภัยมณีซาก้า ฯลฯ นะ
    เพราะไม่แน่ใจว่า..มันช่วยทำให้เด็กไทยรู้เรื่องไทยๆ หรือ ทำให้เข้าใจผิดๆ มากกว่ากัน

    แต่ถ้าขายหัวเราะ มหาสนุก นี่ ..ยังคงกอดแน่นหนึบค่ะ
    เคยเขียนจดหมายไปหา "เอ๊าะ" ด้วยน๊า ..เห็นมะ ว่ารักจริงๆ 555
    Aug. 18
    จากรายชื่อการ์ตูนทั้งหมด
    เฟินรู้จักแค่ season change roommate แล้วก็ อภัยมณีซาก้า
    นอกนั้นคืออะไรอ่ะ
    Aug. 18
    GGwrote:
    เป็นคนไม่ค่อยอ่านการ์ตูน ไม่รู้เรื่อง
    ฮ่า ฮ่า
    แต่รู้ว่าร้านขายการ์ตูนตรงสะพานควายมันลด20%แหละ
    Aug. 18
    ชอบ hesheit นะ มันดิบดีค่ะ เค้าบอกว่าในญี่ปุ่นเนี่ย พี่ตั้ม(วิศุทธิ์ -เขียนไงซักอย่าง) ดังมากๆๆเลยนะ ภูมิใจว่าคนไทยไปดังที่ญี่ปุ่น
    Mud ก็เคยอ่านไปเล่มนึง เจ๋งดี แต่แพงชะมัด
    แล้วก็ชอบลายเส้นของพี่อัพ ทรงศีล มากกๆ คนอะไรวาดรูปโคตรสวยเลยค่ะ
    แล้วแบบเนื้อหาก็เจ๋งดีด้วย เคยอ่านdiliciousป่าว เล่มสีชมพูสวยๆอ่ะ เจ๋งดีนะพี่ก้อน
    Aug. 18
    Ditdinwrote:
    ชิงอันดับ6 -*-"
    การ์ตูนญี่ปุน... ส่วนใหญ่ผมไม่ค่อยได้ซื้อ.. น้องเป็นคนซื้อ หรือไม่ก็อ่านเรื่องย่อจากเวปออนไลน์เอา
    ส่วนใหญ่อ่านไมกี่เรื่อง ก็เลยไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่หน่ะครับ จำได้แค่ว่าส่วนมากจะมากับพวกหนังซะมากกว่า...

    ปล1. พึ่งยืมShockolateของเพื่อนมาอ่าน แอบหลอน~
    ปล2. แนะนำให้พี่ก้อนอ่านการ์ตูนไทย(?)แนวนี้ด้วย 555+ http://toilets.exteen.com/20090816/entry
    Aug. 18
    อ่านในวงเล็บของพี่พอ
    Aug. 17
    Nutch Poovarawan >>> เยี่ยมครับ

    Paul_012 >>> 55+ ยังอุตส่าห์คอมเมนท์นะฮะ ขอบคุณ ๆ (ว่าแต่ พอไม่อ่านการ์ตูนเลยใช่ป่ะ?)
    Aug. 17
    Paul_012wrote:
    ดีนะกด refresh ก่อน ไม่งั้นหน้าแตกไปละ (ไม่รู้จะวิจารณ์เรื่องอะไร เพราะไม่ค่อยจะมีความรู้ด้านนี้เลย)
    Aug. 17
    ชิงอันดับหนึ่งไว้ก่อนเฉยๆ
    Aug. 17
    ....
    Aug. 17

    Trackbacks

    The trackback URL for this entry is:
    http://masathakus26.spaces.live.com/blog/cns!C45882D41EB2C38D!3015.trak
    Weblogs that reference this entry
    • None